พระธาตุพนมค่าล้ำ  วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไทย เรือไฟโสภา งามตามฝั่งโขง" คำขวัญจังหวัดนครพนม
เมนูหลัก  
รำบูชาพระธาตุพนม วันออกพรรษา


 

แบบฟอร์ม
 


 

สถิติการเยี่ยมชม
มีผู้เข้าเยี่ยมชม
530620
คน ตั้งแต่ 1 A 2004

ประเพณีบุญเดือนห้า
  ฮีตที่ห้าบุญสรงน้ำหรือ บุญเดือนห้า
ในเดือนห้าเป็นประเพณีสงกรานต์ หรือบุญสรงน้ำ
เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวอีสาน และถือเป็นการ
ทำบุญปีใหม่ด้วยดังคำผญาอิสานโบราณว่า
ตกฤดูเดือนห้าสายลมบ่มาผ่าน
       เห็นดอกจานเพิ่นแย้มบานเย้ยท่งนา
เดือนห้านี้บ่ได้ช้าปีใหม่มาเถิง 
             ให้พากันทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ
เต่าสิถามหาบุ้นคนใจบุญสิมาปล่อย  
   นกสิ งอยง่าไม้คอยถ้าตั้งฝน
เดือนนี้เมื่อยจ้นๆ คนหลั่งมาหลาย
          หาเอาทรายมากองก่อเจดีย์ทำบุญไว้



ปัญหาที่เกิดขึ้น  พร้อมวิธีการแก้ปัญหา

  ปัญหาที่เกิดขึ้น  พร้อมวิธีการแก้ปัญหา
                ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานแผนกต้อนรับส่วนหน้ามีอยู่หลายปัญหาและเกิดได้หลายครั้งในหนึ่งวัน  แต่ปัญหาที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ  คือ

  1. การสื่อสารและพูดคุยกับลูกค้าไม่เข้าใจ
  2. ลูกค้าเมา
  3. ลูกค้า Agent  มาเช็คอินแล้วไม่ชอบห้อง  ขอเงินคืน
  4. ลูกค้าทางอินเตอร์เน็ตมาเช็คอินก่อนกำหนด
  5. อุปกรณ์ต่างๆในห้องเสีย
  6. ลูกค้าเช็คอินและเช็คเอาท์เป็นคนละคนกัน
  7. ลูกค้าขอเปลี่ยนห้อง
  8. ลูกค้าครบกำหนดเช็คเอาท์ ไม่แจ้งเช็คเอาท์ แล้วหายไปเลย
  9. ลูกค้าทำกุญแจห้องหาย
  10. ลูกค้าทำกุญแจเซฟหาย
  11. เครื่องรูดบัตรมีปัญหา
  12. ลูกค้าม่ยอมจ่ายค่ามินิบาร์
  13. ลูกค้าทำอุปกรณ์ในห้องเสียหาย

 

1. การสื่อสารและพูดคุยกับลูกค้าไม่เข้าใจ
แผนกต้อนรับส่วนหน้าเป็นด่านแรกที่ต้อนรับลูกค้าพนักงานต้อนรับส่วนหน้าต้องมีความรู้ความเข้าใจในภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี  สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้  แต่บางครั้งพนักงานเป็นพนักงานใหม่หรือนักศึกษาฝึกงานความรู้ด้านภาษาอังกฤษน้อย การสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าอาจมีปัญหา  พนักงานควรจะ
-  เมื่อมีลูกค้ามาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับห้องพัก  สอบถามข้อมูล   หรือมีรื่องขอความช่วยเหลือ  พนักงานต้องตั้งใจฟังลูกค้า   เพื่อให้ทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร  ต้องการสิ่งไหน  เพื่อที่จะสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้   บางครั้งพนักงานฟังสิ่งที่ลูกค้าพูดไม่ชัดหรือไม่เข้าใจ  ขอให้ลูกค้าพูดอีกครั้งอย่างสุภาพ  แต่เมื่อไม่เข้าใจจริง  ควรหาคนช่วย อาจเป็นพี่เลี้ยง  หรือหัวหน้างานก็ได้  เพื่อสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้
-  เมื่อทราบว่าตัวเองมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษน้อย  ต้องรู้จักที่จะพัฒนาตนเอง  ขยันในการฟัง อ่านและเขียนมากขึ้น  เวลาที่เราได้ฟังคำศัพท์ใหม่ๆ  ต้องมีการบันทึกไว้จะได้ไม่ลืม   พยายามฟัง  พูด  กับลูกค้าให้บ่อยๆ  มีประโยคไหน   คำไหนบ้างที่ไม่เข้าใจต้องรีบหาคำตอบจากหนังสือหรือผู้รู้   อาจเป็นพี่ที่ทำงาน  หัวหน้างานหรือแม้แต่เจ้าของภาษาโดยตรง  เพื่อจะได้มีความรู้  ความเข้าใจเพิ่มขึ้น และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีต่อไป
2.  ลูกค้าเมา
กรณีที่มีลูกค้าเมามีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยๆ  ลูกค้าเมาจากข้างนอกหรือเมาจากการดื่มในบาร์ของโรงแรมก็ได้  ทำให้เกิดความวุ่นวาย  เชช่น

  1. ลูกค้าส่งเสียงดังรบกวนลูกค้าคนอื่นๆ 
  2. ทะเลาะวิวาทชกต่อย กับพนักงาน หรือกับลูกค้าด้วยกันเอง   สร้างความวุ่นวายหรือโกลาหนเกิดขึ้น
  3. ลูกค้าอาเจียน  สร้างความไม่พอใจต่อลูกค้าคนอื่น
  4. ลูกค้าที่เมาบางท่านชอบที่จะเปิดเซฟเอาของมีค่าออกมาหลายๆครั้งแล้วสิ่งของสูญหายเกิดการเข้าใจผิดกับพนักงานส่วนหน้าว่าหยิบจับเอาของลูกค้าไป

ทุกกรณีดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาแล้วในโรงแรม  พนักงานต้องมีสติในการแก้ปัญหา  พยายามพาแขกออกจากที่เกิดเหตุไกลจากลูกค้าคนอื่น โดยใช้ความรุนแรงน้อยที่สุด เพื่อที่จะเคลียร์สถานการณ์ที่ดีกลับคืนมา  ถ้าลูกค้าทะเลาะวิวาท  ต้องช่วยกันห้ามปราม  และพยายามทำให้แขกสงบสติอารมณ์  เพื่อมิให้เรื่องบานปลายออกไป   พนักงานต้องพูดคุยกับลูกค้าอย่างสุภาพ  ถ้าลูกค้าเมามากจนไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้  พนักงานต้องช่วยกัน พาลูกค้าขึ้นไปพักที่ห้องให้ได้
บางครั้งลูกค้าไม่ยอมขึ้นห้องพักแต่เรียกร้องที่จะดื่มต่อ  ให้พนักงานชักชวนลูกค้าไปดื่มที่ห้อง  เพื่อแยกลูกค้าออกไปจากลูกค้าคนอื่น 
ในกรณีที่ลูกค้าเมาแล้วต้องการเปิดเซฟกับนักงาน  ต้องถามลูกค้าเพื่อทราบสาเหตุ  และบันทึกเวลาเปิด  และมีลายเซ็นลูกค้าทุกครั้งที่เปิดเซฟ  พนักงานต้องระมัดระวังให้ดีเพราะลูกค้าบางคนเปิดเซฟแล้วไม่ยอมเก็บ  พนักงานควรเก็บให้แต่ต้องมพยานว่าได้เก็บให้ลูกค้าเพือป้องกันสิ่งของลูกค้าสูญหาย  เมื่อลูกค้าหายเมาแล้วอาจกลับมาถามพนักงานว่าลูกค้าเปิดเมิ่อไรจะได้มีหลักฐานให้ลูกค้าดู  สามารถอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้

3.ลูกค้า  Agent  มาเช็คอินแล้วไม่ชอบห้อง  ขอเงินคืน
โรงแรมเกือบทุกโรงแรมจะมีตัวแทนจำหน่ายห้องพัก  ที่เรารู้จักในนาม   Agent  ลูกค้าจะซื้อห้องพักผ่านตัวแทนจำหน่าย  พร้อมทั้งจ่ายเงินพร้อมกัน  ซงราคาที่  ตัวแทนจำหน่ายจะไม่เท่า กับราคาที่ขายหน้าฟร้อนหรือราคา  Walk  in  ราคาที่ตัวแทนจำหน่ายขายอาจถูกหรือแพงกว่าแล้วแต่บริษัท  เมื่อลุกค้ามาเช็คอินแล้วไม่ชอบห้องด้วยเหตุผลใดก็ตาม  เกิดปัญหา  คือ  ลูกค้ามาขอเงินคืนจากพนักงาน พนักงานต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าทางโรงแรมไม่สารถคืนเงินลูกค้าได้  ถามลูกค้าให้เข้าใจว่าลูกค้าไม่ชอบสิ่งใดในห้องพัก สามารถเปลี่ยนห้องให้ลูกค้าได้ไหม  แต่เมื่อเปลี่ยนห้องแล้วลูกค้ายืนยันว่าขอเงินคืนอย่างเดียว  พนักงานต้องแจ้งหัวหน้างาน    แล้วหัวหนางานจะคุยกับลูกค้าและติดต่อบริษัทที่ลูกค้าซื้อห้องพัก  แล้วให้ลูกค้าติดต่อขอรับเงินคืนจากบริษัทเอง  กรณีนี้พนักงานต้องแจ้งหัวหน้างานไม่สามารถมี่จะตัดสินใจเองได้

4. ลูกค้าที่จองผ่านอินเตอร์เน็ตมาเช็คอินก่อนกำหนด
โรงแรมมีบริการจองห้องพักผ่านอินเตอร์เน็ตวึ่งราคาที่จองผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นจะถูกกว่าราคาที่ขายหน้าฟร้อน  หรือ ลูกค้า  Walk  in  เมื่อลูกค้ากรอกข้อมูลที่แบบฟอร์มจองแล้ว  ลูกค้าต้องจ่ายเงินเพื่อคอนเฟ์ริม และรอคอนฟ์ริมจากทางฝ่ายจองห้องพัก  ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน  จากนั้นทางฝ่ายจองห้องพักจะส่งแฟกซ์ที่คอมฟ์ริมแล้วมาให้ทางโรงแรม  ลูกค้าจึงสามารถจ่ายเงินในราคาที่จองผ่านอินเตอร์เน็ต   เราเรียกลูกค้าประเภทนี้ว่า  ลูกค้า  E-Business  แต่ในบางครั้งลูกค้าจองในตอนเช้าแล้วมาเช็คอินตอนเย็นทางโรงแรมยังไม่ได้รับคอนฟ์ริมจากทาง  ฝ่ายจองห้องพัก  พนักงานควร
** ติดต่อทางฝ่ายจองห้องพักว่าลูกค้าได้จองตามขั้นตอนอย่างถูกต้องหรือไม่  ยังขาดส่วนไหน  ถ้าลูกค้าจ่ายเงินและจองถูกต้องสามารถให้ลูกค้าเข้าพักได้ แล้วแฟกซ์ยืนยันจากทางฝ่ายจองห้องพักจะมาในวันถัดไป  แต่ถ้าลูกค้ายังจองไม่เรียบร้อยถูกต้องควรแนะนำให้ลูกค้า กลับไปจองใหม่ให้ถูกต้อง
** เมื่อลูกค้าถึงต้องการเข้าพักเลยโดยไม่รอ สามารถให้ลูกค้าช็คอินได้แต่ต้องจ่ายเป็นราคา  Walk  in ถึงอย่างไรพนักงานต้องอธิบายเหตุผลให้ลูกค้าทราบก่อนเพื่อที่จะไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง  เมื่อทางฝ่ายจองห้องพักส่งแฟก์มาแล้วจึงแจ้งลูกค้าว่าสามารถจ่ายในราคาอินเตอรืเน็ตได้แล้ว
** ถ้าพูดคุยกับลูกค้าแล้วลูกค้าไม่เข้าใจให้แจ้งหัวหน้างานทราบเพื่อที่จะแก้ปัยหาต่อไป  พนักงานไม่สามารถตัดสินใจได้เอง

                5.อุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องเสีย
อุปกรณ์ต่างที่อยู่ในห้องพัก  เกิดการชำรุดหรือใช้การไม่ได้เนื่องจากผ่านการใช้งานมานาน  หรือบางครั้งช่างตรวจสอบไมทั่วถึง  เมื่อลูกค้าเข้าพักแล้วไม่สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้  ลูกค้าจะโทรมาแจ้งกับพนักงานต้อนรับส่วนหน้าก่อนเสมอ  หรือแม้กระทั่งลูกค้าไม่สามารถใช้อุปกรณ์ได้  เช่นเปิแอร์ไม่เป็น  แอร์ปรับอุณหภูมิไม่ได้ เป็นต้น  พนักงานต้องถามรายละเอียดลูกค้าให้ชัดเจน ว่าอุปกรณ์ชิ้นไหน   จากห้องไหน ชั้นอะไร  เพื่อที่จะแจ้งให้ช่างมาซ่อมได้  ก่อนแจ้งช่างทุกครั้งควรแจ้งแม่บ้านไปตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์เหล่านั้นเสียจริงหรือลูกค้าไม่รู้วิธีการใช้  แต่ถ้าอุปกรณ์เสียจริงต้องแจ้งช่างมาซ่อมทันที   ในกรณีที่อุปกรณ์เสียหายมาก  ไม่สามารถใช้งานได้  ควรย้ายห้องให้แขกใหม่ตามความเหมาะสม

                6. ลูกค้ามาเช็คอินและเช็คเอาท์เป็นคนละคนกัน
ในการเช็คอินเข้าห้องพักนั้น นอกจากมีการจ่ายค่าห้องพักแล้ว ที่โรงแรมนี้มีค่ามัดจำกุญแจห้องด้วย  เนื่องจากมีลูกค้าที่มาพักเช็คเอาท์แล้วไม่คืนกุญแจห้อง  กว่าที่จะสั่งทำอันใหม่หรือเบิกกุญแจสำรองต้องใช้เวลา   ห้องดังกล่าวจังขายไม่ได้เกิดความเสียหายต่อโรงแรม  ดังนั้นจึงมีการเก็บค่ามัดจำกุญแจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
การเก็บค่ากุญแจนั้นลูกค้าที่เป็นคนเข็คอินต้องเซ็นชื่อในเอกสาร  เมื่อเวลาเช็คเอาท์ต้องมาเซ็นรับในเอกสรตัวเดิมเพื่อรับค่ามัดจำกุญแจคืน  บางครั้งลูกค้าเข้าเช็คอิน  2 คน คนที่เช็คอินมีธุระที่ต้องกลับก่อนจึงให้อีกคนมาเช็คเอาท์  พนักงานควรสอถามรายละเอียดให้ชัดเจน  ก่อนที่จะคืนค่ามัดจำไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่หลังได้  สามารถคืนค่ากุญแจได้ดังนี้
** ถ้าเป็นคนต่างช่ติมาเช็คเอาท์ ให้ลูกคาเซ็นชื่อในเอกสารค่ามัดจำกุญแจ  เขียนชื่อลูกค้า  ขอหมายเลขพาสปอร์ตและทีอยู่ลูกค้าไว้เป็นหลักฐาน
** ถ้าเป็นคนไทยมาเช็คเอาท์    ให้ลูกคาเซ็นชื่อในเอกสารค่ามัดจำกุญแจ  เขียนชื่อลูกค้า  เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ลูกค้าไว้เป็นหลักฐาน
**ลูกค้าบางท่านแจ้งให้พนักงานทราบก่อนว่ากลับก่อน   ให้อีกคนมาเช็คเอาท์  แทนได้  พนักงานสามารถคืนค่ามัดจำกุญแจได้เลย

7. ลูกค้าขอเปลี่ยนห้อง
สาเหตุที่ลูกค้าส่วนใหญ่ขอเปลี่ยนห้อง

  1. ห้องเดิมที่อยู่มีเสียงดังรบกวน  สาเหตุจากข้างนอกโรงแรมหรือในโรงแรมก็ได้
  2. อุปกรณ์ต่างๆให้องเสีย
  3. ลูกค้าไม่ชอบห้อง
  4. ลูกค้าต้องการเปลี่ยนจากชั้นสูงไปชั้นต่ำ  หรือเปลี่ยนจากชั้นต่ำไปชั้นสูง
  5. บรรยากาศในห้องไม่ดี (  ห้องมีกลิ่นเหม็น  กลิ่นอับ  )

สาเหตุต่างๆเหล่านี้ควรสอบถามับลูกค้าให้ดี  ถามรายละเอียดเพื่อจะได้ราบว่าสาเหตุใดสามารถแก้ไขได้หรือไม่   ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ สามารถที่จะเปลี่ยนห้องให้ลูกค้าได้   พนักงานต้องตรวจสอบห้องพักว่า มีห้องที่เท่าห้องเดิมว่าอยู่หรือเปลา   หลังจากนั้นให้แจ้งลูกค้า เพื่อที่จะมาเซ็นชื่อในเอกสารย้ายห้อง มอบกุญแจห้องใหม่ให้ลูกค้าเพื่อย้ายห้อง  แจ้งแม่บ้านประจำชั้น  เพื่อตรวจความเรียบร้อยจากห้องเดิม  เช็คอุปกรณ์และมินิบาร์  และรับกุญแจห้องเดิมมาคืน  จากนั้นพนักงานที่รับผิดชอบการย้ายห้องเซ็นชื่อในเอกสาร แล่ะส่งให้หัวหน้างานต่อไป

        8. ลูกค้าครบกำหนดเช็คเอาท์ ไม่แจ้งเช็คเอาท์  แล้วหายไปเลย
ปกติแล้วห้องไหนครบกำหนดเช็คเอาท์ พนักงานจะแจ้งลูกค้าเมื่อใกล้ถึงเวลาเช็คเอาท์  และถามลูกค้าว่าจะอยู่ต่อหรือเปล่า  ในกรณีที่ลูกค้าไม่แจ้งเช็คเอาท์  หรือพนักงานติดต่อลูกค้าไม่ได้  พนักงานจะต้องแจ้งแม่บ้านให้ตามลูกค้าทันทีเมื่อหมดเวลา  โดยแม่บ้านจะเคาะประตูลูกค้าก่อน ถ้าไม่มีเสียงตอบรับแม่บ้านจะเปิดประตูห้องเข้าไปว่าลูกค้าอยู่ในห้องหรือเปล่า  เผื่อลูกค้าไม่สบายจะได้ช่วยลูกค้าทัน  แต่ถ้าลูกค้าไม่อยู่ที่ห้อง  แม่บ้านต้องตรวจสอบสิ่งของของลูกค้าว่าอยู่หรือเปล่า  ถ้าอยู่ครบให้แจ้งพนักงานต้อนรับสวนหน้าเพื่อแจ้งลูกค้าเรื่องค่าห้องต่อไป
กรณีที่ในห้องลูกค้าไม่มีสิ่งของใดๆเลย แม่บ้านต้องรีบแจ้งพนักงานต้อนรับส่วนหน้าทันทีเพื่อตัดเช็คเอาท์ห้องนั้น  และต้องแจ้งหัวหน้างานทราบด้วย 

            9. ลูกค้าทำกุญแจห้องหาย 
หลังจากที่พนักงานทำการเช็คอินลูกค้าเรียบร้อยแล้วพนักงานจะแจ้งรายละเอียดลูกค้าทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องกุญแจหายด้วย พนักงานจะแนะนำให้ลูกค้าทุกคนฝากกุญแจไว้ที่ฟร้อนเพื่อป้องกันกุญแจหาย  ตจะมีลูกค้าบางรายไม่ฝากกุญแจห้อง  และทำกุญแจหาย เมื่อลูกค้าแจ้งพนักงานแล้ว  พนักงานต้องแจ้งรายละเอียดลูกค้าอีกครั้ง  ลูกค้ามั่นใจว่ากุญแจหายจริง  ลูกค้าต้องจ่ายค่ากุญแจที่หายเพื่อที่พนักงานจะขอทำกุญแจอันใหม่  (  ค่ากุญแจหายแล้วแต่ทางโรงแรมจะกำหนด )  ระหว่างที่รอกุญแจอันใหม่มา  พนักงานจะแจ้งให้แม่บ้านเป็นคนเปิดห้องให้ ลูกค้า
10. ลูกค้าทำกุญแจเซฟหาย
โรงงแรมเกือบทุกโรงแรมจะมีเซฟบริการแก่ลูกค้า  เพื่อให้ลูกค้าฝากทรัพย์สินมีค่าไว้เวลาที่ออกนอกโรงแรมเพื่อป้องกันกาสูญหาย  เซฟทางโรงแรมบริการฟรี  แต่ ต้องรักษากุญแจเซฟให้ดี  เราะกุญแจเซฟไม่สามารถฝากไว้ที่ฟร้อนได้  ถ้าลูกค้าทำกุญแจหายต้องเสียค่าทำกุญแจใหม่เช่นเดียวกับกุญแจห้อง (  ค่ากุญแจหายแล้วแต่ทางโรงแรมจะกำหนด ) เมื่อชำระค่ากุญแจเรียบร้อยแล้วพนักงานจะแจ้งให้ฝ่ายบัญชีเพื่อนำกุญแจสำรองมาเปิดเซฟให้ลูกค้า  ถ้าลูกค้าต้องการเก็บสิ่งของอีก ต้องเปลี่ยนเซฟใหม่ให้ลูกค้า  สำหรับกุญแจเซฟเก่าที่หายจะต้องสั่งใหม่จากบัญชี

                11. เครื่องรูดบัตรมีปัญหา
ลูกค้าหลายรายที่เข้าพักกับทางโรงแรมไม่นิยมพกเงินสดจำนวนมากจะใช้บัตรเครดิตแทน  ในบางครั้งเครื่องรูดบัตรไม่สามารถรูดได้  ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม  ลูกค้าเกิดความไม่พอใจ  พนักงานต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจและแนะนำลูกค้าให้ชำระโดยวิธีอื่นแทน  หลังจากนั้นให้รีบแจ้งซ่อมทันที

                12. ลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่ามินิบาร์
ในห้องพักลูกค้าในโรงแรมจะมี มินิบาร์ ไว้บริการแก่ลูกค้า มีทั้งที่บริการฟรี  และลูกค้าต้องจ่ายเอง  ทุกวันแม่บ้านจะทำความสะอาดห้อง แลเช็คตู้มินิบาร์ทุกวัน และออกบิลมินิบาร์และแจ้งที่ฟร้อนเพื่อเรียกเก็บจากลูกค้าเวลาเช็คเอาท์   บางครั้งลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่ามินิบาร์   แจ้งว่าไม่ได้ใช้  ราคามินิบาร์ที่เรียกเก็บกับลูกค้าอาจมีจำนวนมาก  พนักงานต้องตรวจสอบให้ดี   ลูกค้าได้ใช้จริงหรือเปล่า หรือแม่บ้านเติมมินิบาร์ไมครบหรือเปล่า  เมื่อตรวจสอบแล้วว่าลูกค้าได้ใช้จริง   พนักงานต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจเพื่อให้ลูกค้าจ่ายค่ามินิบาร์ด้วยความเต็มใจ   ถ้าลูกค้ายังยืนยันว่าไม่ยอมจ่ายให้แม่บ้านนำหลักฐานมาให้ดูแล้วหักจากเงินค่ามัดจำกุญแจ   
ในอีกกรณีหนึ่งลูกค้าได้ใช้มินิบาร์ของทางโรงแรมจริงแต่ซื้อจากข้างนอกมาเปลี่ยน แม่บ้านพบว่าไม่ใช่ของโรงแรม  ส่วนใหญ่สินค้าที่เป็นของโรงแรมจะมีสติเกอร์ ติดอยู่  พนักงานต้องแจ้งกับลูกค้าว่าไม่สามารถเปลี่ยนได้  ลูกค้าต้องจ่ายในส่วนที่ใช้ไป  และคืนส่วนที่ลุกค้าซื้อมาแทนโรงแรมให้ลูกค้า

  1. ลูกค้าทำอุปกรณ์ในห้องเสียหาย

ลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมอาจทำอุปกรณ์ในห้องเสียหาย  เช่น  ผ้าปุที่นอนขาด   บุหรี่ไหม้ที่นอน ผ้าเปื้อน  ฝาชักโครกพัง  แก้วแตก เป็นต้น
เมื่อลูกค้าหรือแม่บ้านแจ้งว่าได้มีอุปกรณ์เสียหาย  พนักงานต้องแจ้งรายละเอียดให้ลูกค้าทราบทันที พร้อมทั้งให้ตรวจสอบว่า อุปกรณ์นั้นสามารถซ่อมแซมได้หรือไม่  ถ้าไม่สามารถแจ้งซ่อมได้จำเป็นต้องเก็บค่าเสียหายกับลูกค้าตามราคาที่โรงแรมตั้งไว้

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฝึกงาน

  1. รู้ระบบการทำงานของโรงแรม

การทำงานในโรงแรมนั้น  มีระบบการบริหารที่ต้องอาศัยการวางแผนงานที่ดี  ทุกแผนกในโรงแรมล้วนต้องมีการบริหารที่แยกออกมาอีก  หัวหน้าของทุแผนกล้วนมีประสบการณ์ในการบริหารงานมาก่อน  การประสานงานที่ดีของทุกแผนกล้วนต้องสัมพันธ์กัน  จึงจะทำให้โรงแรมสามารถอยู่รอด  และเป็นที่เชื่อถือของลูกค้าด้วย

  1. ความรับผิดชอบ

พนักงานจะต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาถูกต้องและเรียบร้อย   เพราะพนักงานต้อนรับส่วนหน้ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานเช่นเดียวกับแผนกอื่นๆ เช่น  แบบฟอร์มที่ให้ลูกค้ากรอกข้อมูล เอกสารมัดจำกุญแจ  เอกสารการจองห้องพัก  เอกสารที่ใช้ในการเช็คอิน  เช็คเอาท์  เป็นต้น  ถึงแม้จะมีคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการทำงานที่เร็วขึ้น  แต่ก็ต้องออกมาเป็นเอกสารอยู่ดี  ดังนั้น  การจัดทำเอกสารต้องทำอย่างรอบคอบและแม่นยำ 
นอกจากงานเอกสารแล้ว  งานด้านการบริการลูกค้าก็ต้องรับผิดชอบด้วย ทั้งคำพูดที่รับปากลูกค้าว่าจะทำให้ตามที่ขอต้องรีบทำ

  1. ความอดทน

พนักงานตอนรับส่วนหน้าเปรียบเสมือนกระโถนที่ต้องรองรับทุความคิดเห็นของลูกค้า  บางครั้งลูกค้าไม่พอใจการบริการของโรงแรม  มาว่าแผนกใดก็ตาม  ลูกค้าจะมาเล่าให้ฟัง  พนักงานต้องรับฟังอย่างตั้งใจและเห็นใจลูกค้า  เพาะลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน  มีหลากหลายความคิดเห็น  หลากหลายอารมณ์   พนักงานต้อนรับส่วนหน้าต้องยอมับอารมณ์ของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ
ในเรื่องของงานางครั้งพนักงานกระทำผิด  ถูกหาหน้าตักเตือน  ต้องยอรับและปรับปรุงแก้ไข  อย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา  ต้องอดทนและยิ้มสู้  ให้คิดไว้ในใจเสมอว่า  มีคนกลาวตักเตือนเพราะอยากให้เราได้ดี
ปัญหาจากคนรอบข้าง  ก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ  ไม่มีใครรักเราทุกคน  หรือเกลียดทุกคน  ต้องพยายามอดทนสู้เพื่อที่สามารถยืนได้

  1. ความตรงต่อเวลา

การที่พนักงานทุกคนมีความตรงต่อเวลา  ตรงต่อหน้าที่ของตนเอง ทำให้พนักงานเป็นที่ยอมรับของทุกน

  1. ความขยันหมั่นเพียร

การทำงานไม่ว่าจะทำงานที่ไหน  แผนกใด  แม้แต่พนักงานต้อนรับส่วนหน้าเอง  ต้องมีความขยันหมั่นเพียรที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ  เช่น  พนักงานใหม่ไม่สามรถพูดภาษาอังกฤษได้  แต่ถ้ามีความขยันหมั่นเพียรที่จะฟังและพูดบ่อย ๆ ก็สามารถทำให้ฟังและพูดได้   งานเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ทุกวัน  ต้องสนใจ  และกระตือรือร้น  จึงจะทำให้สามารถเป็นพนักงานที่มีคุณภาพได้

  1. ความซื้อสัตย์

การฝึกงานในครั้งนี้ทำให้ทราบว่าความซื้อสัตย์มี่ต่อองค์กรมีความมีความสำคัญมาก  นอกจะซื้อสัตย์ต่องานที่ทำแล้ว  ต้องซื้อสัตย์ต่อคนรอบข้าง    และที่สำคัญต้องซื้อสัตย์ต่อตนเองเสมอ  ยิ่งพนักงานต้อนรับส่วนหน้าต้องรับผิดชอบค่าห้องที่ลูกค้าจ่ายเป็นเงินจำนวนมาก  ถ้าพนักงานไม่มีความซื่อสัตย์  ยักยอกเงินโรงแรมไปเกิดความเสียหายต่อโรงแรม  ตัวพนักงานต้องออกจากงานอีกทั้งประวัติการทำงานต้องเสียไป  ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ  ดังนั้นพนักงานทุกคนควรมีความซื่อสัตย์  เมื่อมีแล้วพนักงานจะสามารถก้าวหน้าในงานที่ทำได้

  1. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้  การปรับตัวให้เข้ากับทุกคนล้วนเป็นผลดีทำให้สามารถทำงานอย่างมีความสุข  การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า  รวมถึงการบริการด้วยความจริงใจ    ลูกค้าพอใจกลับมาใช้บริการอีกครั้ง เป็นผลดีต่อตัวเราและโรงแรมด้วย

  1. ความจริงใจ

การที่พนักงานทุกคนทำงานด้วยความจริงใจต่อกัน  ไม่นินทาว่าร้ายใคร  ช่วยกันทำงานสิ่งดีๆ ย่อมเกิดขึ้นกับเราเสมอ

  1. ความสามัคคีและการประสานงานที่ดี

ความสามัคคีและการประสานงานที่ดี  ย่อมส่งผลให้งานที่ทำลุล่วงไปได้ด้วยดี  พนักงานในแผนกต้อนรับส่วนหน้าช่วยกันทำงาน รู้หน้าที่ของตน    เช่น  ลูกค้ามาเช็คอิน  เมื่อลูกค้ามาถึง เบลบอยช่วยลูกค้ายกกระเป๋ามาที่หน้าฟร้อน พนักงานรับเช็คอิน เบลบอยช่วยขนสัมภาระลูกค้าไปไว้ที่ห้อง  แม่บ้านดูแลทำความสะอาดห้องให้ลูกค้า   เมื่อลูกค้าดื่มมินิบาร์ แม่บ้านแจ้งให้ฟร้อนทราบเพื่อแจ้งลูกค้าต่อไป  ดังนั้นเมื่อทุกแผนกช่วยกันทำงานงานนั้นล้วนออกมาประสบผลสำเร็จ  การประสานงานที่ดีกับทุกฝ่าย  การบริการประทับใจลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก

  1. ความมีน้ำใจ

ถ้าพนักงานทุกคนมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งในแผนกและนอกแผนก  มีน้ำใจในยามที่เพื่อนต้องการความช่วยเหลื้อ  เช่น เมื่อเพื่อนเจ็บป่วยไม่สามารถมาทำงานได้  เราเป็นเพื่อนร่วมงานสามารถช่วยได้ก็ช่วยกันไป 

  1. การมีสัมมาคารวะและรูจักกาลเทศะ

การมีสัมมาคารวะและรูจักกาลเทศะ  สิ่งนี้ที่ทำให้ใครต่อใครนิยมชมชอบ  อยากคบ อยากคุยด้วย  เป็นที่รักของหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน  เช่น การแต่งตัวมาทำงานแต่งได้เหมาะสมกับสถานที่   การเคารพเชื่อฟังหัวหน้างาน  เคารพพี่เลี้ยงที่คอยสอนงาน ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะมีอายุน้อยกว่า  แต่ประสบการณ์มากกว่า ก็ควรเคารพในอายุงานของเขา  และพยายามเก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด

  1. การรู้จักถ่อมตน

ถึงแม้ว่าเราจะเรียนมาในสายงานโดยตรง  ไม่ใช่ว่าจะรู้ทุกอย่างเพราะยังไม่มีประสบการณ์ เพื่อนร่วมงานอาจเรียนมาน้อยกว่า แต่ประสบการณ์ทำงานมากกว่า ดังนั้นควรเคารพ  รู้จักถ่อมตนและเรียนรู้งานให้มากที่สุด

  1. การปฏิบัติตนให้อยู่ในกฎระเบียบ

องค์กรการทำงานทุกแห่งล้วนมีกฎและระเบียบที่ให้พนักงานปฏิบัติ เพื่อความสงบ และมีระเบียบ ทำให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ 

  1. การมีระเบียบวินัยในตนเอง 
  2. การประหยัด
  3. ความละเอียดรอบคอบ

ข้อเสนอแนะ

เนื่องจากธุรกิจโรงแรมเน้นเรื่องการบริการ  และลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเป็นลูกค้าชาวต่างชาติ  ภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งแรกและสำคัญที่สุดเพื่อการสื่อสารและพูดคุยกับลูกค้า  แต่ถ้าผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษน้อย  ทำให้การสื่อสารผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน  แล้วจะสามารถบริการลูกค้าได้อย่างประทับใจอย่างไร 
ดังนั้นควรเน้นให้นิสิตทุกคน  ได้เรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษ  ทั้งในชีวิตประจำวันแลเกี่ยวข้องกับสายงานการบริการ มีการสนทนาพูดคุยกับชาวต่างชาติให้มากขึ้นเปิดสอนภาษาอังกฤษที่เน้นเกี่ยวกับการฟังและพูดให้มากขึ้น  เรียวกับอาจารย์ผู้สอนชาวต่างชาติ  และมีหลายประเทศ  เพื่อให้นิสิตมีโอกาสได้คุ้นเคยกับหลายสำเนียง  เนื่องจากการทำงานจริงๆ นั้น มีลูกค้าจากหลายประเทศมาใช้บริการ  และลูกค้าแต่ละกลุ่มพูดไม่เหมือนกัน การฟังบ่อยทำให้กล้าที่จะพุคุยกับชาวต่างชาติ
นอกเน้นการฟังและพูดแล้ว  การให้นิสิตมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนต่างชาตินอกห้องเรียน  เช่น  นักศึกษาที่มาแลกเปลี่ยน  การจัดกิจกรรมเข้าค่ายภาษาอังกฤษ  ที่มีทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นต้น
การเรียนการสอนในห้องเรียน  อาจารย์ผู้สอนควรพูดภาษาอังกฤษทั้งคาบ รวมถึงการสนทนากับนิสิตด้วย  ชี้แจงความสำคัญของภาษาอังกฤษ  จนนิสิตสนใจที่จะเรียนรู้   แรกๆ นิสิตอาจจะไม่สนใจ  เกิดอาการเบื่อหน่าย  แต่ถ้าปฏิบัติเหมือนกันทุกท่าน  ทุกวิชา การเลี่ยงไม่ได้  ทำให้เกิดการกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ จนสามารถเข้าใจได้
ภาษาที่สามก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่าภาษาอังกฤษ  การที่นิสิตสามารถพูด  ฟัง  อ่าน และเขียน  ได้  ทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสก้าวหน้า และได้เปรียบใครอีหลายคน

บรรยากาศในที่ทำงาน

SAWASSDEE  MANSION AND  GUESHOUES   HOTEL
 
วันทำงานและเวลาทำงานปกติ
1.พนักงานจะทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน
2. พนักงานที่ทำงานเป็นผลัด คือพนักงานในแผนกที่ต้องให้การบริการตลอด  24  ชั่งโมง  โดยผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ดำเนินการจัดตารางการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามวันและเวลาที่ทางบริษัทกำหนด  ภายใน  1 เดือน ควรเปลี่ยน 1- 2 รอบ  ต่อเดือน และต้องสงใบตารางการทำงาน ที่ฝ่ายบุคคล  ด้วยทุครั้งที่มีการเปลี่ยนรอบการทำงาน
3. พนักงานสำนักงานทั่งไป ให้ปฏิบัติงานอย่างน้อย วันละ 9 ชั่งโมง  รวมเวลาพัก โดยผู้บังคับบัญชา จะเป็นผูดำเนินการจัดตาราง  การทำงานของพนักงาน ให้เป็นไปตามวันและเวลาที่บริษัทกำหนด
การเข้าทำงานและการมอบหมายงาน

  1. พนักงานทุกคนต้องอยู่ในสถานที่ทำงาน จนกว่าจะหมดเวลางาน
  2. พนักงานต้องแต่งกายตามที่บริษัทกำหนดให้
  3. พนังานต้องปฏิบัติตามมาตรการการรักษาทรัพย์สินตามที่บริษัทกำหนดอย่างเคร่งครัด
  4. แม้เวลาทำงานหมดลงแต่ยังไม่มีการมอบหมายงาน  ให้พนักงานรักาหน้าที่จนกว่าจะส่งมอบงาน

การบันทึกเวลาทำงาน
1.พนักงานต้องบันทึกเวลาทำงานทั้งเข้า – เลิกงานด้วยเครื่องบันทึกเวลาที่จัดไว้และลงชื่อกำกับทุกครั้ง
2. ห้ามพนักงานลงเวลาแทนกัน ถ้าฝ่าฝืนถือมีความผิด  มีโทษทางวินัยร้ายแรง
3. พนักงานที่ลืมบันทึกเวลาทำงาน  ถือว่าขาดงานในวันนั้น

การเข้างานสาย
1.พนักงานเข้างานสายจะหักเงิน ยกเว้น  10 นาทีแรก
2.ถ้าสายรวม  100 นาที หักเงิน  300 บาท
3.ห้ามพนักงานที่มาสายทำงานชดเชยเวลาที่มาสาย
4.ถ้ามาสายในวันหนึ่ง  45  นาที ถือว่าขาดงาน1 วัน
5. ถ้ามาสายรวม 100  นาทต่อเดือนจะได้รับการตักเตือนด้วยวาจา

 

วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด

  1. วันหยุดประจำสัปดาห์

บริษัทจัดให้พนักงานผลัดกันหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน

  1. วันหยุดตามประเพณี
    1. พนักงานที่จะลาหยุดตามประเพณีได้ต้องทำงานครบ  90  วัน
    2. บริษัทกำหนดให้มีวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า  13  วัน
    3. พนักงานห้ามใช้วันหยุดตามประเพณีรวมกับวันหยุดประจำปี
    4. พนักงานห้ามใช้วันหยุดประเพณี  ต่อเนื่องกันเกิน  3  วัน
    5. การลาหยุดต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  มิเช่นนั้นจะตัดค่าแรง  2  เท่า  ลัรัใบเตือน็นลายลักษณ์อักษร

 

วันหยุดพักผ่อนประจำปี
**เวลาที่สามารถหยุดประจำปีได้
1. ทำงานครบ  1  ปี   มีสิทธิหยุด  6วัน
2. ทำงานครบ  2  ปี   มีสิทธิหยุด  7 วัน
3.  ทำงานครบ  3  ปี   มีสิทธิหยุด  8 วัน
4.  ทำงานครบ  4  ปี   มีสิทธิหยุด  9 วัน
5.  ทำงานครบ  5  ปีเป็นต้นไป   มีสิทธิหยุด  10 วัน

**พนักงานจามารถใช้วันหยุดประปีได้  ต้องครบรอบปีการทำงาน
**พนักงานจะลาหยุดประจำปีได้ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาอ่างน้อย  7  วัน

 

การลาและหลักเกณฑ์การลา

  1. การลาป่วย
    1. พนักงานที่ลาป่วย  1  วัน  เมื่อกลับมาต้องรีบเขียนใบลาทันที
    2. พนักงานที่ลาป่วยตั้งแต่ 2  วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบการลาด้วย
  2. การลากิจ

2.1 การลาที่ได้รับค่าจ้าง
** บิดา  มารดา  บุตร ในสายเลือดเสียชีวิต  สามารถลาได้  3  วัน
2.2 การลาที่ได้รับค่าจ้าง
**  ลาสมรสและลาอุปสมบท  ลาได้ไม่เกิน  4  วัน  แจ้งก่อน  15  วัน
** ลาไปราชการ
**  ลาอื่น ๆ ได้ไม่เกิน  4 วัน  แจ้งล่วงหน้า  3 วัน

  1. การลาคลอด

** มีสิทธิให้ลาได้   90  วัน  โดย  45 วันแรกได้รับค่าจ้างจากบริษัท  ส่วน  45  วันหลังได้รับจากประกันสังคม

  1. การขาดงาน

** พนักงานที่ขาดงานจะต้องถูกหักค่าแรง
** การลาหยุดที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการลาหยุด  ถือว่าขาดงาน
** การขาดงาน  3  วันติดต่อกัน  โดยไม่แจ้ง ผิดวินัยขั้นรุรแรง  หรือ ปลดออก

  1. หลักเกณฑ์การลาออก

** ต้องเขียนใบลาอกล่วงหน้าอย่าน้อย  30  วัน
** พนักงานที่ไม่เขียนใบลาออกล่วงหน้า   บริษัทขอตรวจสอบว่าไม่เกิดความเสียหาย และเงินพิเศษอย่างอื่น ๆ ยังมีสิทธิได้รับเงินเดือนตาจริง

  หลักเกณฑ์ในการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
1. โดยปกติบริษัทไม่มีนโยบายที่ให้พนักงานทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุดทุกประเภท   แต่ในกรณีที่จำเป็นอันเกิดจากงานที่ลักษณะของงานติดต่อกัน  ทั้งนี้ต้องไม่เกินสัปดาห์ละ  36  ชั่วโมง
2.   ในกรณีที่พนักงานทำงานล่วงเวลา   ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท   จะไม่ได้รับค่าจ้าง
3.  ถ้าบริษัทให้พนักงานทำงานลวงเวลา  ในวันทำงานปกติ  หรือวันหยุดประจำสัปดาห์   พนักงานจะได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า  1.5 เทา  ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ในวันทำงานปกติ  สำหรับเวลาที่ทำเกิน

วินัยและโทษทางวินัย
พนักงานมีหน้าที่รักษาและปฏิบัติตามวินัยในการทำงาน  และอาจได้รับโทษทางวินัยดังต่อไปนี้  

  1. วินัยเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน
    1. ต้องสุภาพเรียบร้อย  เชื่อฟัง  และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
    2. ต้อปฏิบัติตามระเบียบของบริษัท
    3. ต้องปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง
    4. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
    5. ห้ามกลับก่อนเวลาเลิกงาน
    6. ห้ามละทิ้งหน้าที่  ละเลย หรือหลีเลี่ยงการทำงาน
    7. ห้ามนอนหรือหลับในเวลาทำงาน
    8. ห้ามพนักงานเปิดเผยความลับของบริษัทแก่บุคคลภายนอก
  2. วินัยเกี่ยวกกับการปฏิบัติตน่อลูกค้า
    1. บริการลูกค้าอย่างสุภาพแจ่มใส
    2. บริการลูกค้าอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
    3. ห้ามโต้เถียงทะเลาะวิวาท  หรือทำร้ายลูกค้า
  3. วินัยเกี่ยวกับกายประพฤติหรือปฏิบัติตนทั่วไป
    1. ห้ามกรำการที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย
    2. ห้ามนำพาหรือครอบครองยาเสพติดให้โทษ
    3. ห้ามบันทึกเวลาทำงานแทนคนอื่น
    4. ห้ามเสพสุราหรือของมึนเมาในระหว่างการทำงาน
    5. ห้ามทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายกันละกัน
    6. ห้ามพกหรือนำอาวุธเข้ามาในสถานที่ของบริษัท
    7. ห้ามทำลายทรัพย์สินของบริษัท
    8. ห้ามเล่นการพนันทุกชนิดในสถานที่ของบริษัท
    9. ห้ามหนักงานรับประทานอาหารในเวลาทำงาน
    10. ห้ามพนักงานสอบถามเรืองเงินเดือนของกันและกันถือว่ามีความผิดทางวินัยสูงสุด

 

 

โทษทางวินัย  5  สถาน  คือ 

  1. การตักเตือนด้วยวาจาบันทึกความผิด
  2. การตักเตือนเป็นลายลักอักษร
  3. การสั่งพักงานโดยจ่ายค่าจ้าง
  4. การสั่งพักงานโดไม่จ่ายค่าจ้าง
  5. การเลิกจ้าง

 

             

คองสิบสี่

เป็นบทบัญญัติทางสังคมของชาวอีสานให้เป็นหลักปฏิบัติต่อกันสำหรับคนในสถานภาพต่าง ๆ มาแต่โบราณโดยใช้เป็นคำบอกเล่าขาน สืบต่อกันครั้งยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

                “คองสิบสี่” มักเป็นคำกล่าวควบคู่กับคำว่า ฮีตสิบสอง สันนิษฐานไว้ 2 ความหมายว่ามาจากคำว่า ครอง หรือครรลองเป็นคำนามหมายถึง ทางหรือแนวทางเช่น คลองธรรมหรือมาจากครองซึ่งเป็นคำกิริยามีความหมายถึงการรักษาไว้ เช่น คำว่า ครองเมือง ครองรักครองชีพโดยที่ชาวอีสานไม่นิยมออก เสียงคำกล้ำ ดังนั้น คองสิบสี่น่าจะมีความหมายถึงแนวทางที่ประชาชนทำไป ชาวบ้านหรือสงฆ์พึงปฏิบัติ 14 ข้อเพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีและทำนองคลองธรรมอันดีงามของท้องถิ่นบ้านเมือง

 

คองสิบสี่โดยนัยที่ 1

                กล่าวถึงผู้เกี่ยวข้องในครอบครัว สังคมตลอดจนผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองพึงปฏิบัติ เมื่อ

พูดถึงคองมักจะมีคำว่าฮีตควบคู่กันอยู่เสมอ แบ่งออกเป็น 14 ข้อ คือ

                1. ฮีตเจ้าคองขุน สำหรับกษัตริย์หรือผู้ครองเมืองปกครองอำมาตย์ ขุนนางข้าราชบริพาร

                2.  ฮีตเจ้าคองเพีย สำหรับเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในการปกครองข้าทาสบริวาร

                3. ฮีตไพร่คองนาย สำหรับประชาชนในการปฏิบัติตนตามกบิลบ้านเมืองและหน้าที่พึง

    ปฏิบัติต่อนาย

                4. ฮีตบ้านคองเมือง วัตรอันพึงปฏิบัติตามธรรมเนียมทั่วไปของพลเมืองต่อบ้านเมืองและ

    ส่วนรวม

                5. ฮีตผัวคองเมีย หลักปฏิบัติต่อกันของสามีภรรยา

                6. ฮีตพ่อคองแม่ หลักปฏิบัติของผู้ครองเรือนต่อลูกหลาน

                7. ฮีตลูกคองหลาน หลักปฏิบัติของลูกหลานต่อบุพการี

                8. ฮีตใภ้คองเขย หลักปฏิบัติของสะใภ้ต่อญาติผู้ใหญ่และพ่อแม่สามี

                9. ฮีตป้าคองลุง หลักปฏิบัติของลุง ป้า น้า อา ต่อลูกหลาน

                10. ฮีตคองปู่ย่า, ตาคองยาย หลักปฏิบัติของปู่ย่า ตายาย ให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรต่อลูกหลาน

                11. ฮีตเฒ่าคองแก่ หลักปฏิบัติของผู้เฒ่าในวัยชราให้เป็นที่เคารพเลื่อมในเหมาะสม

                12. ฮีตคองเดือน การปฏิบัติตามจารีตประเพณีต่าง ๆ ในฮีตสิบสอง

                13. ฮีตไฮ่คองนา การปฏิบัติตามประเพณีเกี่ยวกับการทำไร่ทำนา

                14. ฮีตวัดคองสงฆ์ หลักปฏิบัติของภิกษุสามเณรให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยทั้งการช่วย

      ทำนุบำรุงวัดวาอาราม

 

คองสิบสี่โดยนัยที่ 2

                กล่าวถึงหลักการสำหรับพระมหากษัตริย์ในการปกครองทั้งอำมาตย์ราชมนตรีและประชาชนเพื่อความสงบสุขร่มเย็น โดยทั่วกัน

                1. แต่งตั้งผู้ซื่อสัตย์สุจริต รู้จักราชการ บ้านเมือง ไม่ข่มเหงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

                2. หมั่นประชุมเสนามนตรี ให้ข้าศึกเกรงกลัว บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประชาชนเป็นสุข

                3. ตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม

                4. ถึงปีใหม่นิมนต์ภิกษุมาเจริญพุทธมนต์ สวดมงคลสูตรและสรงน้ำพระภิกษุ

                5. ถึงวันปีใหม่ให้เสนา อำมาตย์นำเครื่องบรรณาการ น้ำอบ น้ำหอม มุรธาภิเษกพระเจ้า

    แผ่นดิน

                6. ถึงเดือนหกนิมนต์ พระภิกษุสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อพระเจ้า

    แผ่นดิน

                7. ถึงเดือนเจ็ด เลี้ยงท้าวมเหสักข์ หลักเมือง บูชาท้าวจตุโลกบาลเทวดาทั้งสี่

                8. ถึงเดือนแปด นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ทำพิธีชำระ และเบิกบ้านเมือง สวดมงคลสูตร 7 คืน

    โปรยกรวดทรายรอบเมืองตอกหลักบ้านเมืองให้แน่น

                9. ถึงเดือนเก้า ประกาศให้ประชาชนทำบุญข้าวประดับดิน อุทิศส่วนกุศลแก่ญาติพี่น้องผู้

    ล่วงลับ

                10. วันเพ็ญเดือนสิบ ประกาศให้ประชาชนทำบุญข้าวสาก  จัดสลากภัตต์ ถวายแด่พระภิกษุ

                     สงฆ์ แก่ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ

                11. วันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด ทำบุญออกพรรษา ให้สงฆ์ปวารณามนัสการและมุรธาภิเษก พระ

                    ธาตุหลวง พระธาตุภูจอมศรี และประกาศให้ประชาชนไหลเรือไฟเพื่อบูชาพญานาค

                12. เดือนสิบสองให้ไพร่ฟ้าแผ่นดินรวมกันที่พระลานหลวงแห่เจ้าชีวิตไปแข่งเรือถึงวัน

                      เพ็ญพร้อมด้วยเสนาอำมาตย์นิมนต์และภิกษุ 5 รูป นมัสการพระธาตุหลวงพร้อม

                     เครื่องสักการะ

                13.    ถึงเดือนสิบสอง ทำบุญกฐิน ถวายผ้ากฐินตามวัดต่าง ๆ

                14. ให้มีสมบัติอันประเสริฐ คูนเมืองทั้ง 14 อย่างอันได้แก่ อำมาตย์ ข้าราชบริพาร

                     ประชาชน พลเมือง ตลอดจนเทวดาอารักษ์เพื่อค้ำจุนบ้านเมือง

 

คองสิบสี่โดยนัยที่ 3

                เป็นจารีตประเพณีของประชานและธรรมที่พระเจ้าแผ่นดินพึงยึดถือ

                1. เดือนหกขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทรายทุกปี

                2. เดือนหกหน้าใหม่ เกณฑ์คนสาบานตนทำความซื่อสัตย์ต่อกันทุกคน

                3. ถึงฤดูทำนา คราด หว่าน ปัก ดำ ให้เลี้ยงตาแฮก ตามกาลประเพณี

                4. สิ้นเดือนเก้าทำบุญข้าวประดับดินเพ็ญเดือนสิบทำบุญข้าวสาก อุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่

                  น้องผู้ล่วงลับ

                5. เดือนสิบสองให้พิจารณาทำบุญกฐินทุกปี

                6. พากันทำบุญผะเหวด ฟังเทศน์ผะเหวดทุกปี

                7. พากันเลี้ยงพ่อ แม่ที่แก่เฒ่า เลี้ยงตอบแทนคุณที่เลี้ยงเราเป็นวัตรปฏิบัติไม่ขาด

                8. ปฏิบัติเรือนชานบ้านช่อง เลี้ยงดูสั่งสอน บุตรธิดา ตลอดจนมอบ มรดกและหาคู่ครอง

                  เมื่อถึงเวลาอันควร

                9. เป็นเขย่าดูถูกลูกเมีย เสียดสีพ่อตาแม่ยาย

                10. รู้จักทำบุญให้ทาน รักษาศีล ไม่พูดผิดหลอกลวง

                11. เป็นพ่อบ้านให้มีพรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

                12. พระมหากษัตริย์ต้องรักษาทศพิธราชธรรม

                13. พ่อตา แม่ยาย ได้ลูกเขยมาสมสู่ให้สำรวมวาจา อย่าด่าโกรธา เชื้อพงศ์พันธ์อันไม่ดี

                14. ถ้าเอามัดข้าวมารวมกองในลานทำเป็นลอมแล้ว ให้พากันปลงข้าวหมกไข่ ทำตาเหลว

                    แล้วจึงพากันเคาะฟาดตี

 

คองสิบสี่โดยนัยที่ 4

                1. ให้พระภิกษุสงฆ์ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าและรักษาศีล 227 ข้อเป็น

                   ประจำทุกวัน

                2. ให้รักษาความสะอาดกุฏิ วิหาร โดยปัดกวาดเช็ดถูกทุกวัน

                3. ให้ปฏิบัติกิจนิมนต์ของชาวบ้านเกี่ยวกับการทำบุญ

                4. ถึงเดือนแปด ตั้งแต่แรมหนึ่งค่ำเป็นต้นไปต้องจำพรรษา ณ วัดใดวัดหนึ่งไปจนถึงวันแรม

                   หนึ่งคำเดือนสิบเอ็ด

                5. เมื่อออกพรรษาแล้วพอถึงฤดูหนาว (เดือนอ้าย) ภิกษุผู้มีศีลหย่อนยานให้หมวด

                   สังฆาทิเสสต้องอยู่ปริวาสกรรม

                6. ต้องออกเที่ยวบิณฑบาต ทุกเช้าอย่าได้ขาด

                7. ต้องสวดมนต์และภาวนาทุกคืนอย่าได้ละเว้น

                8. ถึงวันพระขึ้นสิบห้าค่ำหรือแรมสิบสี่ค่ำ (สำหรับเดือนคี่) ต้องเข้าประชุมทำอุโบสถสังฆ

                  กรรม

                9. ถึงปีใหม่ (เดือนห้า วันสงกรานต์) นำทายก ทายิกา เอาน้ำสรงพระพุทธรูปและมหาธาตุ

                  เจดีย์    

                10. ถึงศักราชใหม่ พระเจ้าแผ่นดินไหว้พระ ให้สรงน้ำในพระราชวัง

                11. เมื่อมีชาวบ้านเกิดศรัทธานิมนต์ไปกระทำการใด ๆ ที่ไม่ผิดหวังพระวินัยก็ให้รับนิมนต์

                12. เป็นสมณะให้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดวาอาราม พระมหาธาตุเจดีย์

                13. ให้รับสิ่งของที่ทายก ทายิกานำมาถวายทาน เช่น สังฆทานหรือสลากภัตต์

                14. เมื่อพระเจ้าแผ่นดินหรือเสนาข้าราชการมีศรัทธา นิมนต์ไปประชุมกันในพระอุโบสถ

                   แห่งใด ๆ ในวันเพ็ญเดือนสิบเอ็ดต้องไปอย่าขัดขืน

 

ที่มา :  ชลิต ชัยครรชิตและคณะ 2549. สังคมและวัฒนธรรมอีสาน : เอกสารประกอบนิทรรศการ

ถาวรอีสานนิทัศน์. ขอนแก่น : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น


 
ภาพกิจกรรม สหกรณ์โพนยางคำ


 

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

 
 

 

ระเบียบ แนวปฏิบัติ
 

รวบรวม
 

ข่าว
 

สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด
ถนนสกล- นาแก อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
โทรศัพท์ 0-42 714 397 ,หรือ 042 714 319 โทรสาร 0-42