โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง เนื้อโคขุนโพนยางคำ
ภาคส่วนการผลิตโคเนื้อและเนื้อโคขุนโพนยางคำ (Thai French Natural Beef )
ผู้ผลิต : สมาชิกสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด จังหวัดสกลนคร ,นครพนม,และหนองคาย
ระบบการผลิตโคเนื้อและเนื้อโคขุนโพนยางคำ
เป้าหมายการผลิต :
ผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ ที่มีคุณภาพทัดเทียมกับเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ สะอาด ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
เป็นเนื้อโคธรรมชาติ ( Natural Beef ) ที่มีการวางระบบการผลิตที่ควบคุมและกำกับดูแลครบวงจร ตั้งแต่ลูกโคเกิด การเลี้ยงดู การเลี้ยงขุน จนถึงขบวนการผลิตเป็นเนื้อโคขุน และสามารถตรวจสอบได้ตลอดวงจรการผลิต (Traceability)
ปราศจากฮอร์โมนส์หรือสารเร่งการเจริญเติบโต ตลอดจนยาปฏิชีวนะทุกชนิด (Free from Hormones or Growth promotants & Antibiotics)
ผ่านการชำแหละในโรงฆ่าที่ได้มาตรฐาน กำกับดูแลโดยสัตวแพทย์ตลอดวงจรการผลิต มีระบบการจัดการด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
มีระบบการจัดการซากและเนื้อโคตามหลักสากล เช่น การเก็บบ่ม (Chilled) ในห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ ด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม การตรวจวัดอุณหภูมิภายในซากสด การตรวจวัด pH ของเนื้อ ตลอดจนการสุ่มตรวจหาสารตกค้างในเนื้อ ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ประจำสหกรณ์ฯ และส่งตัวอย่างชิ้นเนื้อให้สถาบันภายนอกทำการตรวจวิเคราะห์ ทั้งสารตกค้างและจุลินทรีย์ต่าง ๆ
การตรวจวัดคะแนนไขมันแทรกในกล้ามเนื้อ (Marbling score) ตามมาตรฐาน มกอช.6001-2547
กรรมวิธีในการผลิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
สหกรณ์ฯ โพนยางคำ ได้วางระบบการผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสหกรณ์ฯ เ มื่อปี 2523 โดย
- ผู้เลี้ยง โคขุน
เป็นสมาชิกสามัญของสหกรณ์ฯโพนยางคำ แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ตามอำเภอต่างๆ ในเขตจังหวัดสกลนคร และนครพนม โดยมีประธานกลุ่มเป็นผู้กำกับดูแลสมาชิกภายในกลุ่มของตน และประธานกลุ่มจะได้รับเลือกเป็น คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ ปัจจุบันมีจำนวน 23 กลุ่ม
- พันธุ์โคที่ใช้ในการผลิตเนื้อโคขุน
สหกรณ์ฯ โพนยางคำ ได้ทำการทดสอบการขุนโคลูกผสมเพศผู้ ที่เกิดจากการผสมเทียม เมื่อปี 2521-2522 เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตของโคลูกผสมพันธุ์ต่าง ๆ (ดังได้กล่าวแล้ว ในบทก่อนจะมาเป็นสหกรณ์ฯโพนยางคำ
ข้อที่ 5 เรื่อง การรวบรวมโคลูกผสมเทียมสายพันธุ์ต่าง ๆ ทำการทดสอบการผลิตเนื้อ )
ผลจากการทดสอบ พบว่า โคลูกผสมพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ เพศผู้ ให้อัตราการเจริญเติบโตและคุณภาพเนื้อ ดีที่สุด รองลงมา ได้แก่ ลิมูซ่า และซิเมนตัล
จึงได้กำหนดพันธุ์ โคลูกผสมเพศผู้ สายเลือดพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ พันธุ์ลิมูซ่า พันธุ์ซิเมนทัล ให้สมาชิกทำการเลี้ยงขุนเพื่อผลิตเป็นเนื้อคุณภาพ ตั้งแต่ ปี 2523 เป็นต้นมา

- โคที่ใช้ในการเลี้ยงขุน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- ลูกโคเกิดในคอกสมาชิก
สหกรณ์ฯโพนยางคำ ได้วางระบบและส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงแม่โคและรับบริการผสมทียม เพื่อการผลิตลูกโคภายในคอกของตน ลูกโคที่เกิดจะได้รับการจดทะเบียนรับรองเป็นโคแรกเกิด และทำการสักหมายเลขประจำตัวในใบหูข้างขวา โดยเป็น ตัวอักษร แสดงปีเกิด และตัวเลข 3 หลัก (สุดท้ายของใบเกิดลูกโค) และหมายเลขนี้จะถูกบันทึกในคอมพิวเตอร์ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับโคตัวนี้ ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ เช่น
หมายความว่า ลูกโคตัวนี้ เกิดในปี พ.ศ. 2542
และ มีใบเกิด เลขที่ ฉ 10 543
เมื่อลูกโคตัวนี้อายุถึงกำหนดการแจ้งขุน จะได้รับการจดทะเบียนเป็นโคขุน และได้รับการสักหมายเลขประจำตัวโคขุน ในใบหูข้างซ้าย
โคก่อนขุนหรือโคฝูง ซื้อมาจากภายนอก
ได้แก่โคลูกผสมเพศผู้ สายพันธุ์ที่สหกรณ์ฯโพนยางคำ กำหนด เช่น ชาร์โรเล่ส์ ลิมูซ่า ซิเมนทัล เป็นต้น
โดยการจดทะเบียนเป็นโคขุน และได้รับการสักหมายเลขประจำตัวโคขุน ในใบหูข้างซ้าย
2.3 การจดทะเบียนเป็นโคขุน
โคทุกตัวที่ทำการจดทะเบียนแจ้งเป็นโคขุน ไม่ว่าจะเป็นโคแรกเกิด หรือโคซื้อมาจากภายนอก จะได้รับการสักหมายเลขประจำตัวโคขุนในใบหูซ้าย ด้วยตัวอักษร B และตัวเลข 3 หลักสุดท้ายของใบควบคุมการขุน และหมายเลขนี้จะถูกบันทึกในคอมพิวเตอร์ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับโคตัวนี้ ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ เช่น
J 543
หมายความว่า ลูกโคตัวนี้ เกิดในปี พ.ศ. 2542
มีใบเกิด เลขที่ ฉ 10 543
และ ได้จดทะเบียนเป็นโคขุน
หมายเลข B 763

โคตัวแรกเป็นโคขนาดเล็ก ขุนแล้ว 2 เดือน (แม่พันธุ์เป็นลูกผสมพื้นเมืองกับโคสายเลือดอิเดีย พ่อพันธุ์ ซาร์โรเล่ส์ 100%เมื่อขุนเต็มที่จะได้ น้ำหนัก ประมาณ 500 - 640 ก.ก. )
โคขุนตัวที่ 2 เป็นโคขนาดกลาง ซึ่งขุนมาแล้ว 4 เดือน เมื่อขุนเต็มที่แล้ว จะได้น้ำหนักประมาณ 650 -750
(แมลูกผสม่พันธุ์บราห์แดงกับพ่อพันธุ์ ซาร์โรเล่ส์ 100%)
- อาหารที่ใช้ในการขุนโค
ในการเลี้ยงโคขุนของสมาชิกสหกรณ์ฯ โพนยางคำ นอกจากจะต้องมีแปลงหญ้าสด ตัดหญ้าให้โคกินเป็นประจำทุกวันแล้ว
สหกรณ์ฯ โพนยางคำ ยังจัดอาหารข้น หรืออาหารผสม ตามสูตรที่สหกรณ์ฯ กำหนด ขายให้สมาชิกทั้งประเภทเงินสดและเงินเชื่อ ให้ใช้ในการเลี้ยงโคขุนของตน
ข้อกำหนดที่สำคัญของอาหารข้น สูตรของสหกรณ์ฯ โพนยางคำ มีดังนี้
4.1 เป็นอาหารผสมจากวัตถุดิบ ธํญพืช ธรรมชาติ ไม่มาจากพืชตัดต่อพันธุกรรม หรือพืช GMO วัตถุดิบให้ใช้ มันสำปะหลัง รำ ปลายข้าว ฯลฯ
ห้ามใช้ข้าวโพด
- ห้ามใช้ ฮอร์โมนส์ หรือสารเร่งการเจริญเติบโต ตลอดจนสารปฏิชีวนะหรือสารเคมีทุกชนิด
- ห้ามใช้ วัตถุดิบ ที่มาจากผลิตภัณฑ์ของสัตว์บก เช่น เลือดแห้ง กระดูก
และเนื้อป่น นมผง ฯลฯ
- ห้ามใช้ ส่วนผสมของอาหารสัตว์ที่มาจากต่างประเทศ
- ห้ามใช้ วิตามิน และ แร่ธาตุย่อยต่าง ๆ ( Trace element )
อาหารสำหรับเลี้ยงโคขุน
โดยธรรมชาติแล้ว โคเป็นสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารหลัก ซึ่งหญ้าหรืออาหารที่โคกินประจำวัน โคจะนำไปใช้เป็น 2 ส่วน ได้แก่
- เพื่อเลี้ยงตัวเอง ให้เจริญเติบโต
- เพื่อการผลิต เช่นผลิตน้ำนม สร้างโครงสร้าง เพิ่มกล้ามเนื้อและเพิ่มมัน ฯลฯ
หากโคที่กินหญ้าอย่างเดียว เพียงเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ต้องกินหญ้าในปริมาณวันละ 10 % ของน้ำหนักตัว เช่น
โคน้ำหนัก 200 กิโลกรัม ต้องกินหญ้าประมาณวันละ 20 กิโลกรัม
การสร้างน้ำหนักโคเพิ่มขึ้น
ถ้าต้องการเลี้ยงโคให้อ้วน และต้องการให้โคมีอัตราการเพิ่มน้ำหนัก ประมาณ 1,000 กรัม/วัน หรือ 1 กิโลกรัมต่อวัน ต้องให้โคกินหญ้าสดไม่น้อยกว่าวันละ 32 กิโลกรัม
แต่หากจะเลี้ยงโคด้วยอาหารข้นหรืออาหารผสม โดยทั่วไปแล้ว อาหารข้นหรืออาหารผสม 1 กิโลกรัม จะเท่ากับหญ้าสด ประมาณ 8 กิโลกรัม หรือเท่ากับการเลี้ยงโคด้วยอาหารข้นหรืออาหารผสมวันละประมาณ 4 กิโลกรัม โคจะสามารถสร้างน้ำหนักเพิ่มได้ 1 กิโลกรัม
การสร้างไขมันแทรกในกล้ามเนื้อ
โคที่เลี้ยงด้วยหญ้า หรือฟาง และเพิ่มอาหารข้นหรืออาหารผสมจะทำให้โคมีการเจริญเติบโตสามารถสร้างกล้ามเนื้อหรือทำให้โคอ้วนและเพิ่มน้ำหนักโคได้ ในระยะเวลาที่ต้องการ แต่หากจะทำให้กล้ามเนื้อมีไขมันแทรกและมีความนุ่มขึ้น อีกทั้งได้รสชาดตามความต้องการของผู้บริโภค การเลี้ยงโคในต่างประเทศจะใช้หัวบีทรูท ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้าตาลทราย แต่ที่สหกรณ์ฯ โพนยางคำ จะแนะนำให้ใช้ กากน้ำตาล หรือ Molasse ที่ได้จากอ้อยในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลทราย เป็นอาหารเสริมให้โคขุนกิน เนื่องจากกากน้ำตาลนอกจากจะมีรสหวานแล้ว ยังมีปริมาณคาร์โบไฮเดรทมาก แต่มีโปรตีนน้อย จึงต้องเพิ่มโปรตีนจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รำข้าว เป็นต้น ส่วนวิธีการให้โคกินกากน้ำตาลนั้น อาจเพิ่มในอาหารผสม หรือราดรดบนฟางข้าว หรือตั้งให้โคกินตามใจชอบก็ได้
หญ้าหรือพืชอาหารสัตว์ ที่ใช้ในการเลี้ยงโค
สมาชิกสหกรณ์ฯโพนยางคำ มีพื้นที่จำกัดในการปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงโค เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่จะใช้ในการทำนา ซึ่งมีผลพลอยได้เป็น รำข้าว และ ฟางแห้ง ดังนั้นจึงแนะนำให้สมาชิกปลูกหญ้าเป็นแปลง ๆ และตัดหญ้าสดให้โคกิน ได้แก่ ตระกูลหญ้ากินี เช่น Panicum maximum
T.D. 56 และ Panicum maximum trychoglume เป็นต้น
การเสริมแร่ธาตุที่จำเป็น
นอกจากหญ้าสดหรือฟางแห้ง ตลอดจนอาหารผสม ซึ่งเป็นอาหารประเภท โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน ฯลฯ ที่จำเป็นต่อการจริญเติบโตต่อการสร้างผลิตผลของโคแล้ว โคยังต้องการแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างส่วนประกอบของร่างกาย เช่น
ธาตุแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส แมกนีเซี่ยม ใช้ในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน
ธาตุเหล็ก ทองแดง และโคบอลล์ ใช้ในการเสริมสร้าง เม็ดเลือดแดง
เกลือ ใช้ในการเสริมสร้าง เลือด น้ำเหลือง และน้ำนม เป็นต้น
สหกรณ์ ฯ โพนยางคำ ได้ผลิตแร่ธาตุก้อนสำหรับใช้ในการเลี้ยงโคขุนของสมาชิก โดยไม่มีส่วนประกอบของ กระดูกป่น หรือ ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต ที่ผลิตจากกระดูกสัตว์บก โดยจะใช้เปลือกหอยป่นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของแร่ธาตุก้อน นอกจากนั้น ยังแนะนำให้สมาชิกตั้งถังเกลือทะเล (จะได้ไอโอดีน) ไว้ในคอกให้โคเลียกินอีกด้วย

บทสรุป โคเลี้ยงขุนของสมาชิกสหกรณ์ฯ โพนยางคำ
เพื่อการผลิตเนื้อธรรมชาติ หรือ Thai French Nat ural Beef มีดังนี้
อาหารประจำวัน ประกอบด้วย
หญ้าสด
+ ฟางข้าว
+ อาหารข้นหรืออาหารผสม สูตรธรรมชาติ ของสหกรณ์
+ กากน้ำตาล
+ น้ำสะอาด
+ แร่ธาตุก้อนสูตรของสหกรณ์ฯ
+ เกลือทะเล
สิ่งสำคัญในการเลี้ยงโคขุนที่ต้องมีไว้ในคอกไม่ให้ขาด ได้แก่
นอกจาก น้ำสะอาด แร่ธาตุก้อน ถังเกลือทะเล ให้โคกินตามใจชอบแล้ว ยังต้องมี.........
1. หญ้าสด ที่ต้องมีทุกวัน ในฤดูฝน ปริมาณอย่างน้อย
โคขุนขนาดน้ำหนัก (ก.ก.) |
300 |
400 |
500 |
600 |
ปริมาณหญ้าสดต่อวัน (ก.ก.) |
6 |
8 |
10 |
12 |
หรือ ฟางข้าวที่ต้องมีทุกวัน ในฤดูแล้ง ปริมาณอย่างน้อย
โคขุนขนาดน้ำหนัก (ก.ก.) |
300 |
400 |
500 |
600 |
ปริมาณฟางข้าวต่อวัน (ก.ก.) |
3 |
4 |
5 |
6 |
2. อาหารข้นหรืออาหารผสม
โคขุนขนาดน้ำหนัก (ก.ก.) |
300 |
400 |
500 |
600 |
ปริมาณอาหารข้นต่อวัน (ก.ก.) |
6 |
6.5 |
7 |
7.5 |
3. กากน้ำตาล โคที่มีอายุการขุนประมาณ 4- 5 เดือน เริ่มให้กินกากน้ำตาล
และลดอาหารข้นลงประมาณ 2 ก.ก. /วัน
5. การป้องกันและควบคุมโรคสัตว์
สหกรณ์ฯ โพนยางคำ ได้จัดสัตวแพทย์และพนักงานส่งเสริมและรักษาสัตว์ ไว้สำหรับดูแลโคของสมาชิก ทั้งวงรอบการฉีดวัคซินป้องกันโรค ต่าง ๆ การถ่ายพยาธิ ตลอดจนการรักษาสัตว์ป่วย ดังนั้น ข้อกำหนดในการปฏิบัติสำหรับสมาชิก ได้แก่ เมื่อโคป่วยต้องแจ้งสหกรณ์ฯ ห้ามทำการรักษาเอง เด็ดขาด เพราะ ถ้าสมาชิกไม่แจ้ง หรือทำการรักษาเอง หากโคตัวนั้น รักษาไม่หาย หรือต้องจำหน่ายออกจากบัญชีควบคุมการขุนโค สมาชิกจะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์โคตัวนั้น ๆ จากสหกรณ์ฯโพนยางคำ
เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ ทำการบันทึกประวัติการฉีดวัคซิน ถ่ายพยาธิ และการรักษา ไว้ในใบควบคุมการขุนโคประจำตัว เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกโคเข้าชำแหละประจำสัปดาห์ ตรวจสอบเว้นระยะปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 เดือน
5.1 โคแรกเกิด
ที่ได้รับการจดทะเบียนรับรองการเกิดและสักใบหูเรียบร้อย จะได้รับการดูแลในเรื่องวงรอบการถ่ายพยาธิ การฉีดวัคซิน ฯลฯ ไปจนถึงระยะการจดทะเบียนเป็นโคขุน
การปฏิบัติดูแลโคแรกเกิด
1. ทันทีที่ลูกโคเกิด |
-ให้ลูกโคกินน้ำนมเหลือง (Colostrum) จากแม่โค
- ทำความสะอาดสะดือลูกโคด้วยยาสีม่วง (gentian violet)
-โรยยาผงเนกาซันที่สะดือลูกโค เพื่อกันหนอนจากแมลงวัน |
2. ภายใน 2 วัน ( 48 ชั่วโมง) |
- ฉีดวัคซินกันบาดทะยัก 0.5 c.c.เข้ากล้ามเนื้อคอ
- ฉีดวัคซินและถ่ายพยาธิแม่โค |
3. ภายใน 1 เดือน |
- จดทะเบียนเกิดลูกโค ออกใบรับรองการเกิด
- สักหมายเลขเกิดในใบหูข้างขวา |
4. ลูกโคอายุ 1 1.5 เดือน |
- ถ่ายพยาธิไส้เดือนลูกโค
- ฝึกให้ลูกโคหัดกินหญ้าอ่อนและ เริ่มกินรำอ่อน วันละนิด ๆ |
5. ตั้งแต่ลูกโคอายุ 4 เดือนขึ้นไป ฉีดวัคซินและถ่ายพยาธิตามวงรอบที่กำหนด จนถึงขึ้นทะเบียนโคขุน |
-ถ่ายพยาธิตัวกลม พยาธิใบไม้
-ฉีดวัคซินป้องกัน โรคคอบวม และ โรคปากเท้าเปื่อย (FMD) |
5.2 โคเลี้ยงขุน
ที่ได้รับการจดทะเบียนควบคุมการขุนและสักใบหูเรียบร้อย
จะได้รับการดูแลในเรื่องวงรอบการถ่ายพยาธิ การฉีดวัคซิน ฯลฯ ไปจนถึง
กำหนดการแจ้งขาย และได้รับการตรวจคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดโค เพื่อเข้าชำแหละ ประจำสัปดาห์
การปฏิบัติ |
รอบแรก |
วงรอบต่อไป จนถึงแจ้งขายเข้าชำแหละ |
วันที่จดทะเบียนโคขุน |
1. ฉีดวัคซินป้องกัน
โรคปากและเท้าเปื่อย(FMD)
โรคคอบวม
2. ตรวจวัณโรค
3. ถ่ายพยาธิตัวกลม และ พยาธิใบไม้ในตับ |
ทุก ๆ รอบ 5 เดือน
ทุก ๆ รอบ 12 เดือน
ทุกเดือน พ.ค. และ พ.ย.
ทุก ๆ รอบ 5 เดือน |
6.น้ำให้โคกิน
ภายในคอกเลี้ยงโค สมาชิกต้องจัดให้มีน้ำที่สะอาด สำหรับโคกินตลอดเวลา (ข้อนี้ สมาชิกจะได้รับเงินเพิ่มตัวละ 200 บาทจากการส่งโคเข้าชำแหละ)
7.ขั้นตอนการส่งโคขุนเข้าชำแหละ
- การตรวจคัดเลือกโคเข้าชำแหละ
เมื่อสมาชิกเลี้ยงโคขุนจนครบกำหนด พร้อมที่จะเข้าชำแหละ จะต้องแจ้งขายกับสหกรณ์ฯ โดยสหกรณ์ฯจะจัดคณะกรรมการตรวจคัดเลือกโคเข้าชำแหละประจำสัปดาห์ ไปทำการคัดโคตัวที่ได้คะแนนดีที่สุดเรียงลำดับและออกใบสั่งเข้าชำแหละให้กับสมาชิกเพื่อทำการขนส่งเข้าโรงฆ่าสหกรณ์ฯ
7.2 การขนส่งและการรับโค
เมื่อถึงกำหนดวันนัดตามใบสั่ง โคขุนจะถูกนำเข้าสหกรณ์ฯ ทำการตรวจสุขภาพทั่งไป และเข้าชั่งน้ำหนักโคเป็น บันทึกข้อมูลและนำเข้าคอกเตรียมชำแหละเรียงตามลำดับ งดการให้อาหาร มีเพียงน้ำสะอาดให้โคกินเท่านั้น พร้อมทั้งโคทุกตัวจะได้รับหมายเลขประจำตัวกำกับ ตามลำดับการชำแหละประจำปี เก็บบันทึกข้อมูลการชำแหละในคอมพิวเตอร์และใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับระบบการตรวจสอบย้อนกับ ซึ่งหมายเลขนี้ จะไปปรากฏบนใบรับรองแหล่งการผลิต ติดไปกับซากและชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับระบบการตรวจสอบย้อนกลับ
ก่อนส่งโคเข้าสหกรณ์ฯ สมาชิกมีหน้าที่ทำความสะอาดโคทุกตัวให้เรียบร้อย (ข้อนี้ สมาชิกจะได้รับเงินเพิ่มตัวละ 200 บาทจากการส่งโคเข้าชำแหละ)