โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง เนื้อโคขุนโพนยางคำ
ภาคส่วนการผลิตโคเนื้อและเนื้อโคขุนโพนยางคำ  (Thai – French Natural Beef )

ผู้ผลิต  : สมาชิกสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด จังหวัดสกลนคร ,นครพนม,และหนองคาย

    
   ระบบการผลิตโคเนื้อและเนื้อโคขุนโพนยางคำ
            เป้าหมายการผลิต :
           ผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ  ที่มีคุณภาพทัดเทียมกับเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ   สะอาด  ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
                 เป็นเนื้อโคธรรมชาติ ( Natural Beef ) ที่มีการวางระบบการผลิตที่ควบคุมและกำกับดูแลครบวงจร ตั้งแต่ลูกโคเกิด  การเลี้ยงดู  การเลี้ยงขุน  จนถึงขบวนการผลิตเป็นเนื้อโคขุน และสามารถตรวจสอบได้ตลอดวงจรการผลิต (Traceability)   
                ปราศจากฮอร์โมนส์หรือสารเร่งการเจริญเติบโต  ตลอดจนยาปฏิชีวนะทุกชนิด (Free from Hormones or Growth promotants & Antibiotics)
                ผ่านการชำแหละในโรงฆ่าที่ได้มาตรฐาน  กำกับดูแลโดยสัตวแพทย์ตลอดวงจรการผลิต  มีระบบการจัดการด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
              มีระบบการจัดการซากและเนื้อโคตามหลักสากล  เช่น การเก็บบ่ม (Chilled) ในห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ  ด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม  การตรวจวัดอุณหภูมิภายในซากสด   การตรวจวัด pH ของเนื้อ   ตลอดจนการสุ่มตรวจหาสารตกค้างในเนื้อ   ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ประจำสหกรณ์ฯ และส่งตัวอย่างชิ้นเนื้อให้สถาบันภายนอกทำการตรวจวิเคราะห์ ทั้งสารตกค้างและจุลินทรีย์ต่าง ๆ
              การตรวจวัดคะแนนไขมันแทรกในกล้ามเนื้อ (Marbling score) ตามมาตรฐาน มกอช.6001-2547
       
 กรรมวิธีในการผลิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 
 สหกรณ์ฯ โพนยางคำ  ได้วางระบบการผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสหกรณ์ฯ เ              มื่อปี 2523 โดย

  1. ผู้เลี้ยง โคขุน 

                 เป็นสมาชิกสามัญของสหกรณ์ฯโพนยางคำ   แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ตามอำเภอต่างๆ ในเขตจังหวัดสกลนคร และนครพนม โดยมีประธานกลุ่มเป็นผู้กำกับดูแลสมาชิกภายในกลุ่มของตน  และประธานกลุ่มจะได้รับเลือกเป็น คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์  ปัจจุบันมีจำนวน  23 กลุ่ม

  1. พันธุ์โคที่ใช้ในการผลิตเนื้อโคขุน

            สหกรณ์ฯ โพนยางคำ  ได้ทำการทดสอบการขุนโคลูกผสมเพศผู้  ที่เกิดจากการผสมเทียม  เมื่อปี 2521-2522  เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตของโคลูกผสมพันธุ์ต่าง ๆ (ดังได้กล่าวแล้ว ในบทก่อนจะมาเป็นสหกรณ์ฯโพนยางคำ
ข้อที่ 5 เรื่อง  การรวบรวมโคลูกผสมเทียมสายพันธุ์ต่าง ๆ ทำการทดสอบการผลิตเนื้อ ) 
ผลจากการทดสอบ พบว่า โคลูกผสมพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ เพศผู้  ให้อัตราการเจริญเติบโตและคุณภาพเนื้อ ดีที่สุด  รองลงมา ได้แก่  ลิมูซ่า และซิเมนตัล 
              จึงได้กำหนดพันธุ์ โคลูกผสมเพศผู้ สายเลือดพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ พันธุ์ลิมูซ่า  พันธุ์ซิเมนทัล    ให้สมาชิกทำการเลี้ยงขุนเพื่อผลิตเป็นเนื้อคุณภาพ ตั้งแต่ ปี 2523 เป็นต้นมา

  1. โคที่ใช้ในการเลี้ยงขุน   แบ่งเป็น   2   ประเภท ได้แก่
    1. ลูกโคเกิดในคอกสมาชิก 

                   สหกรณ์ฯโพนยางคำ ได้วางระบบและส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงแม่โคและรับบริการผสมทียม เพื่อการผลิตลูกโคภายในคอกของตน  ลูกโคที่เกิดจะได้รับการจดทะเบียนรับรองเป็นโคแรกเกิด  และทำการสักหมายเลขประจำตัวในใบหูข้างขวา  โดยเป็น  ตัวอักษร  แสดงปีเกิด  และตัวเลข  3  หลัก (สุดท้ายของใบเกิดลูกโค) และหมายเลขนี้จะถูกบันทึกในคอมพิวเตอร์ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับโคตัวนี้  ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ เช่น


J

5

4

3

J 543

           
 หมายความว่า   ลูกโคตัวนี้   เกิดในปี พ.ศ. 2542
                                    และ  มีใบเกิด เลขที่  ฉ 10 543
        
         เมื่อลูกโคตัวนี้อายุถึงกำหนดการแจ้งขุน  จะได้รับการจดทะเบียนเป็นโคขุน   และได้รับการสักหมายเลขประจำตัวโคขุน ในใบหูข้างซ้าย
โคก่อนขุนหรือโคฝูง ซื้อมาจากภายนอก
                 ได้แก่โคลูกผสมเพศผู้  สายพันธุ์ที่สหกรณ์ฯโพนยางคำ กำหนด  เช่น  ชาร์โรเล่ส์   ลิมูซ่า  ซิเมนทัล  เป็นต้น 
                  โดยการจดทะเบียนเป็นโคขุน และได้รับการสักหมายเลขประจำตัวโคขุน ในใบหูข้างซ้าย
 2.3  การจดทะเบียนเป็นโคขุน      
                  โคทุกตัวที่ทำการจดทะเบียนแจ้งเป็นโคขุน  ไม่ว่าจะเป็นโคแรกเกิด หรือโคซื้อมาจากภายนอก  จะได้รับการสักหมายเลขประจำตัวโคขุนในใบหูซ้าย ด้วยตัวอักษร  B และตัวเลข 3 หลักสุดท้ายของใบควบคุมการขุน  และหมายเลขนี้จะถูกบันทึกในคอมพิวเตอร์ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับโคตัวนี้  ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ เช่น
 


B

7

6

3

                                   

B 763

  J 543
                   
                              หมายความว่า   ลูกโคตัวนี้   เกิดในปี พ.ศ. 2542
                                                                 มีใบเกิด เลขที่  ฉ 10 543
                                                        และ  ได้จดทะเบียนเป็นโคขุน
                                                                 หมายเลข  B 763




โคตัวแรกเป็นโคขนาดเล็ก ขุนแล้ว 2 เดือน (แม่พันธุ์เป็นลูกผสมพื้นเมืองกับโคสายเลือดอิเดีย พ่อพันธุ์ ซาร์โรเล่ส์ 100%เมื่อขุนเต็มที่จะได้ น้ำหนัก ประมาณ 500 - 640 ก.ก. )
โคขุนตัวที่ 2 เป็นโคขนาดกลาง ซึ่งขุนมาแล้ว 4 เดือน เมื่อขุนเต็มที่แล้ว จะได้น้ำหนักประมาณ 650 -750 (แมลูกผสม่พันธุ์บราห์แดงกับพ่อพันธุ์ ซาร์โรเล่ส์ 100%)

  1. อาหารที่ใช้ในการขุนโค  

               ในการเลี้ยงโคขุนของสมาชิกสหกรณ์ฯ โพนยางคำ   นอกจากจะต้องมีแปลงหญ้าสด  ตัดหญ้าให้โคกินเป็นประจำทุกวันแล้ว 
                สหกรณ์ฯ โพนยางคำ ยังจัดอาหารข้น หรืออาหารผสม ตามสูตรที่สหกรณ์ฯ กำหนด  ขายให้สมาชิกทั้งประเภทเงินสดและเงินเชื่อ  ให้ใช้ในการเลี้ยงโคขุนของตน  

      

         ข้อกำหนดที่สำคัญของอาหารข้น สูตรของสหกรณ์ฯ โพนยางคำ  มีดังนี้
     4.1 เป็นอาหารผสมจากวัตถุดิบ  ธํญพืช ธรรมชาติ ไม่มาจากพืชตัดต่อพันธุกรรม   หรือพืช GMO วัตถุดิบให้ใช้   มันสำปะหลัง   รำ  ปลายข้าว  ฯลฯ
              ห้ามใช้ข้าวโพด   

    1. ห้ามใช้  ฮอร์โมนส์ หรือสารเร่งการเจริญเติบโต  ตลอดจนสารปฏิชีวนะหรือสารเคมีทุกชนิด
    2. ห้ามใช้ วัตถุดิบ ที่มาจากผลิตภัณฑ์ของสัตว์บก  เช่น เลือดแห้ง  กระดูก

และเนื้อป่น  นมผง ฯลฯ

    1. ห้ามใช้ ส่วนผสมของอาหารสัตว์ที่มาจากต่างประเทศ
    2. ห้ามใช้ วิตามิน และ แร่ธาตุย่อยต่าง ๆ ( Trace element )

อาหารสำหรับเลี้ยงโคขุน  
              โดยธรรมชาติแล้ว   โคเป็นสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารหลัก  ซึ่งหญ้าหรืออาหารที่โคกินประจำวัน  โคจะนำไปใช้เป็น 2 ส่วน  ได้แก่

  1. เพื่อเลี้ยงตัวเอง  ให้เจริญเติบโต
  2. เพื่อการผลิต  เช่นผลิตน้ำนม  สร้างโครงสร้าง  เพิ่มกล้ามเนื้อและเพิ่มมัน ฯลฯ

หากโคที่กินหญ้าอย่างเดียว  เพียงเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้  ต้องกินหญ้าในปริมาณวันละ   10 % ของน้ำหนักตัว  เช่น
       โคน้ำหนัก  200 กิโลกรัม  ต้องกินหญ้าประมาณวันละ  20  กิโลกรัม
การสร้างน้ำหนักโคเพิ่มขึ้น      
       ถ้าต้องการเลี้ยงโคให้อ้วน  และต้องการให้โคมีอัตราการเพิ่มน้ำหนัก ประมาณ  1,000  กรัม/วัน  หรือ  1  กิโลกรัมต่อวัน  ต้องให้โคกินหญ้าสดไม่น้อยกว่าวันละ  32  กิโลกรัม
         แต่หากจะเลี้ยงโคด้วยอาหารข้นหรืออาหารผสม  โดยทั่วไปแล้ว อาหารข้นหรืออาหารผสม 1 กิโลกรัม   จะเท่ากับหญ้าสด ประมาณ       8  กิโลกรัม  หรือเท่ากับการเลี้ยงโคด้วยอาหารข้นหรืออาหารผสมวันละประมาณ  4  กิโลกรัม  โคจะสามารถสร้างน้ำหนักเพิ่มได้  1 กิโลกรัม  
การสร้างไขมันแทรกในกล้ามเนื้อ
             โคที่เลี้ยงด้วยหญ้า หรือฟาง  และเพิ่มอาหารข้นหรืออาหารผสมจะทำให้โคมีการเจริญเติบโตสามารถสร้างกล้ามเนื้อหรือทำให้โคอ้วนและเพิ่มน้ำหนักโคได้  ในระยะเวลาที่ต้องการ  แต่หากจะทำให้กล้ามเนื้อมีไขมันแทรกและมีความนุ่มขึ้น อีกทั้งได้รสชาดตามความต้องการของผู้บริโภค  การเลี้ยงโคในต่างประเทศจะใช้หัวบีทรูท  ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้าตาลทราย  แต่ที่สหกรณ์ฯ  โพนยางคำ  จะแนะนำให้ใช้  กากน้ำตาล  หรือ Molasse  ที่ได้จากอ้อยในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลทราย  เป็นอาหารเสริมให้โคขุนกิน  เนื่องจากกากน้ำตาลนอกจากจะมีรสหวานแล้ว ยังมีปริมาณคาร์โบไฮเดรทมาก แต่มีโปรตีนน้อย   จึงต้องเพิ่มโปรตีนจากแหล่งอื่น ๆ  เช่น  รำข้าว เป็นต้น   ส่วนวิธีการให้โคกินกากน้ำตาลนั้น  อาจเพิ่มในอาหารผสม  หรือราดรดบนฟางข้าว หรือตั้งให้โคกินตามใจชอบก็ได้          
           หญ้าหรือพืชอาหารสัตว์ ที่ใช้ในการเลี้ยงโค 
                           สมาชิกสหกรณ์ฯโพนยางคำ  มีพื้นที่จำกัดในการปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงโค  เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่จะใช้ในการทำนา  ซึ่งมีผลพลอยได้เป็น รำข้าว และ ฟางแห้ง   ดังนั้นจึงแนะนำให้สมาชิกปลูกหญ้าเป็นแปลง ๆ และตัดหญ้าสดให้โคกิน   ได้แก่ ตระกูลหญ้ากินี  เช่น  Panicum   maximum   
T.D.  56  และ Panicum   maximum   trychoglume  เป็นต้น
          การเสริมแร่ธาตุที่จำเป็น
                            นอกจากหญ้าสดหรือฟางแห้ง ตลอดจนอาหารผสม ซึ่งเป็นอาหารประเภท โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน ฯลฯ ที่จำเป็นต่อการจริญเติบโตต่อการสร้างผลิตผลของโคแล้ว    โคยังต้องการแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างส่วนประกอบของร่างกาย  เช่น
    ธาตุแคลเซี่ยม  ฟอสฟอรัส  แมกนีเซี่ยม  ใช้ในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน     
    ธาตุเหล็ก  ทองแดง และโคบอลล์  ใช้ในการเสริมสร้าง เม็ดเลือดแดง
    เกลือ  ใช้ในการเสริมสร้าง เลือด  น้ำเหลือง และน้ำนม   เป็นต้น
                            สหกรณ์ ฯ โพนยางคำ  ได้ผลิตแร่ธาตุก้อนสำหรับใช้ในการเลี้ยงโคขุนของสมาชิก  โดยไม่มีส่วนประกอบของ  กระดูกป่น  หรือ             ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต ที่ผลิตจากกระดูกสัตว์บก   โดยจะใช้เปลือกหอยป่นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของแร่ธาตุก้อน  นอกจากนั้น ยังแนะนำให้สมาชิกตั้งถังเกลือทะเล (จะได้ไอโอดีน) ไว้ในคอกให้โคเลียกินอีกด้วย                 
  
      

   บทสรุป  โคเลี้ยงขุนของสมาชิกสหกรณ์ฯ โพนยางคำ
 เพื่อการผลิตเนื้อธรรมชาติ  หรือ Thai – French Nat ural Beef   มีดังนี้
          
 อาหารประจำวัน  ประกอบด้วย 
                         หญ้าสด
                      + ฟางข้าว
                      + อาหารข้นหรืออาหารผสม สูตรธรรมชาติ ของสหกรณ์
                      + กากน้ำตาล
                      + น้ำสะอาด
                      + แร่ธาตุก้อนสูตรของสหกรณ์ฯ
                      + เกลือทะเล 
สิ่งสำคัญในการเลี้ยงโคขุนที่ต้องมีไว้ในคอกไม่ให้ขาด   ได้แก่
               นอกจาก   น้ำสะอาด   แร่ธาตุก้อน  ถังเกลือทะเล   ให้โคกินตามใจชอบแล้ว  ยังต้องมี.........
1. หญ้าสด  ที่ต้องมีทุกวัน ในฤดูฝน ปริมาณอย่างน้อย


โคขุนขนาดน้ำหนัก (ก.ก.)

300

400

500

600

ปริมาณหญ้าสดต่อวัน (ก.ก.)

    6

    8

  10

  12

หรือ  ฟางข้าวที่ต้องมีทุกวัน ในฤดูแล้ง ปริมาณอย่างน้อย


โคขุนขนาดน้ำหนัก (ก.ก.)

300

400

500

600

ปริมาณฟางข้าวต่อวัน (ก.ก.)

    3

    4

    5

    6

2. อาหารข้นหรืออาหารผสม


 โคขุนขนาดน้ำหนัก (ก.ก.)

300

400

500

600

ปริมาณอาหารข้นต่อวัน (ก.ก.)

    6

 6.5

 7

7.5

3.  กากน้ำตาล  โคที่มีอายุการขุนประมาณ 4- 5 เดือน เริ่มให้กินกากน้ำตาล
  และลดอาหารข้นลงประมาณ  2 ก.ก. /วัน
              
5.  การป้องกันและควบคุมโรคสัตว์
                สหกรณ์ฯ โพนยางคำ  ได้จัดสัตวแพทย์และพนักงานส่งเสริมและรักษาสัตว์  ไว้สำหรับดูแลโคของสมาชิก  ทั้งวงรอบการฉีดวัคซินป้องกันโรค ต่าง ๆ การถ่ายพยาธิ  ตลอดจนการรักษาสัตว์ป่วย ดังนั้น ข้อกำหนดในการปฏิบัติสำหรับสมาชิก  ได้แก่  เมื่อโคป่วยต้องแจ้งสหกรณ์ฯ ห้ามทำการรักษาเอง เด็ดขาด  เพราะ ถ้าสมาชิกไม่แจ้ง หรือทำการรักษาเอง  หากโคตัวนั้น รักษาไม่หาย  หรือต้องจำหน่ายออกจากบัญชีควบคุมการขุนโค  สมาชิกจะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์โคตัวนั้น ๆ จากสหกรณ์ฯโพนยางคำ
      เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์  ทำการบันทึกประวัติการฉีดวัคซิน  ถ่ายพยาธิ และการรักษา  ไว้ในใบควบคุมการขุนโคประจำตัว  เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกโคเข้าชำแหละประจำสัปดาห์ ตรวจสอบเว้นระยะปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 เดือน
        
                 5.1 โคแรกเกิด
                               ที่ได้รับการจดทะเบียนรับรองการเกิดและสักใบหูเรียบร้อย  จะได้รับการดูแลในเรื่องวงรอบการถ่ายพยาธิ  การฉีดวัคซิน  ฯลฯ ไปจนถึงระยะการจดทะเบียนเป็นโคขุน
       การปฏิบัติดูแลโคแรกเกิด                


1. ทันทีที่ลูกโคเกิด

-ให้ลูกโคกินน้ำนมเหลือง (Colostrum) จากแม่โค
- ทำความสะอาดสะดือลูกโคด้วยยาสีม่วง (gentian violet)
-โรยยาผงเนกาซันที่สะดือลูกโค เพื่อกันหนอนจากแมลงวัน

2. ภายใน 2 วัน ( 48 ชั่วโมง)

- ฉีดวัคซินกันบาดทะยัก 0.5 c.c.เข้ากล้ามเนื้อคอ
- ฉีดวัคซินและถ่ายพยาธิแม่โค

3. ภายใน 1 เดือน

- จดทะเบียนเกิดลูกโค ออกใบรับรองการเกิด
-  สักหมายเลขเกิดในใบหูข้างขวา

4. ลูกโคอายุ 1 – 1.5 เดือน

-  ถ่ายพยาธิไส้เดือนลูกโค
- ฝึกให้ลูกโคหัดกินหญ้าอ่อนและ เริ่มกินรำอ่อน วันละนิด ๆ

5. ตั้งแต่ลูกโคอายุ 4 เดือนขึ้นไป ฉีดวัคซินและถ่ายพยาธิตามวงรอบที่กำหนด จนถึงขึ้นทะเบียนโคขุน

-ถ่ายพยาธิตัวกลม  พยาธิใบไม้
-ฉีดวัคซินป้องกัน  โรคคอบวม  และ โรคปากเท้าเปื่อย (FMD)

               5.2 โคเลี้ยงขุน 
                                ที่ได้รับการจดทะเบียนควบคุมการขุนและสักใบหูเรียบร้อย
จะได้รับการดูแลในเรื่องวงรอบการถ่ายพยาธิ  การฉีดวัคซิน  ฯลฯ ไปจนถึง
กำหนดการแจ้งขาย และได้รับการตรวจคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดโค เพื่อเข้าชำแหละ ประจำสัปดาห์


         การปฏิบัติ

                        รอบแรก

วงรอบต่อไป จนถึงแจ้งขายเข้าชำแหละ

วันที่จดทะเบียนโคขุน

 1. ฉีดวัคซินป้องกัน
      โรคปากและเท้าเปื่อย(FMD)
    โรคคอบวม
2. ตรวจวัณโรค
 3. ถ่ายพยาธิตัวกลม และ พยาธิใบไม้ในตับ

 

ทุก ๆ  รอบ  5  เดือน
ทุก ๆ  รอบ 12  เดือน
ทุกเดือน พ.ค. และ พ.ย.
ทุก ๆ  รอบ  5  เดือน

        
       6.น้ำให้โคกิน
           ภายในคอกเลี้ยงโค  สมาชิกต้องจัดให้มีน้ำที่สะอาด  สำหรับโคกินตลอดเวลา   (ข้อนี้ สมาชิกจะได้รับเงินเพิ่มตัวละ 200 บาทจากการส่งโคเข้าชำแหละ)
        7.ขั้นตอนการส่งโคขุนเข้าชำแหละ   

    1. การตรวจคัดเลือกโคเข้าชำแหละ

           เมื่อสมาชิกเลี้ยงโคขุนจนครบกำหนด พร้อมที่จะเข้าชำแหละ  จะต้องแจ้งขายกับสหกรณ์ฯ โดยสหกรณ์ฯจะจัดคณะกรรมการตรวจคัดเลือกโคเข้าชำแหละประจำสัปดาห์ ไปทำการคัดโคตัวที่ได้คะแนนดีที่สุดเรียงลำดับและออกใบสั่งเข้าชำแหละให้กับสมาชิกเพื่อทำการขนส่งเข้าโรงฆ่าสหกรณ์ฯ

7.2  การขนส่งและการรับโค
               เมื่อถึงกำหนดวันนัดตามใบสั่ง  โคขุนจะถูกนำเข้าสหกรณ์ฯ  ทำการตรวจสุขภาพทั่งไป และเข้าชั่งน้ำหนักโคเป็น  บันทึกข้อมูลและนำเข้าคอกเตรียมชำแหละเรียงตามลำดับ  งดการให้อาหาร  มีเพียงน้ำสะอาดให้โคกินเท่านั้น  พร้อมทั้งโคทุกตัวจะได้รับหมายเลขประจำตัวกำกับ ตามลำดับการชำแหละประจำปี  เก็บบันทึกข้อมูลการชำแหละในคอมพิวเตอร์และใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับระบบการตรวจสอบย้อนกับ   ซึ่งหมายเลขนี้ จะไปปรากฏบนใบรับรองแหล่งการผลิต  ติดไปกับซากและชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับระบบการตรวจสอบย้อนกลับ


          ก่อนส่งโคเข้าสหกรณ์ฯ  สมาชิกมีหน้าที่ทำความสะอาดโคทุกตัวให้เรียบร้อย  (ข้อนี้ สมาชิกจะได้รับเงินเพิ่มตัวละ 200 บาทจากการส่งโคเข้าชำแหละ)  


  


สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด
ถนนสกล- นาแก อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
โทรศัพท์ 0-42 714 397 ,หรือ 042 714 319 โทรสาร 0-42